Sor@pol ^^"님의 프로필$or@pol ^^"사진블로그리스트기타 도구 도움말

Charuschotpinit Sorapol

직업
지역
"อิสระนำโอกาสมา โอกาสสร้างอนาคตให้ จงหาอิสระและโอกาสให้กับตัวเอง"

$or@pol ^^"

●• ♪♫♬ เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม สนุกสุขสมหัวใจหงายคว่ำ ♪♫♬ ●•

หลักการเป็นฅน

 
เป็นฅนต้องรู้จักตน
 
เป็นฅนต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี
 
เป็นฅนต้องมีความจริงใจ
 
เป็นฅนต้องมีความยืดหยุ่น
 
เป็นฅนต้องทำประโยชน์
 
เป็นฅนต้องทำเพื่อคนอื่น
Sor@pol ^^"

ราชสีมา เมืองย่าโม

 
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน กลับมาอัพสเปซอีกครั้ง คาดไว้ว่าจะอัพไตรมาสละครั้งละนะ 555+
 
ตอนนี้ย้ายมาทำงานที่ SCG (Siam Cement Group)
 
มาอยู่บริษัท กระเบื้องหลังคาซีแพค จำกัด
 
ทำงานเป็นผู้จัดการร้าน ศูนย์บริการหลังคา อยู่ที่ราชสีมา เมืองย่าโม แห่งนี้แล
 
ศูนย์บริการหลังคาของเรา ก้อรับปรึกษาทุกปัญหาหลังคาเลยนะ
 
หากบ้านใครมีปัญหาเกี่ยวกับหลังคาก้อโทรมาคุยกันได้
 
หากอยากรู้ว่าหลังคานั้นกันร้อน กันรั่ว มีการทำงานเป็นระบบอย่างไรก้อมาหาความรู้ที่นี่ได้
 
นอกจากนี้เรายังมีบริการประมาณการสินค้า สำหรับบ้านสร้างใหม่ด้วยนะ
 
ใครอยากรู้ว่าทำหลังคาบ้าน 1 หลัง จะเสียเงินเท่าไรก้อลองดู
 
สำหรับบ้านเก่าจะซ่อมแซม ต่อเติม เปลี่ยนหลังคา ก้อยินดีรับบริการนะครับ
 
ว่างๆ ก้อแวะเข้าไปดูอะไรเพิ่มเติมได้ที่ www.cementhairoofingcenter.com นะ
 
เอาเป็นว่าก้อทำงานที่ SCG มาได้ 3 เดือนกว่าแล้ว ก้อสนุกสนานดี ยังไม่เบื่อ (แต่อนาคตไม่แน่)
 
สุดท้ายก้ออยากจะบอกแค่นี้
 
ใครคิดถึงก้อมาโพสไว้แล้วกันนะครับ
 
 
 
 
 
 

ผ่านพ้นจึงค้นพบ

 
"พวกเราพบกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่พวกเรานั้นได้ค้นพบอะไรจากสิ่งเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า"
 
พวกเราพบกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่พวกเรานั้นได้ค้นพบอะไรจากสิ่งเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า
ยกตัวอย่างสมัยยังเรียนมัธยมศึกษา บางวิชานั้นเรียนเท่าไรก้อไม่เข้าใจสักที แต่พอเวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา แล้วมองย้อนกลับไปดูวิชานั้นอีกที ก้อเข้าใจวิชาที่เคยเรียนมานั้นได้มากขึ้น หรือจะเป็นเพลงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวความรักระหว่างชายหญิง ฟังไปตอนแรกๆ อาจไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พอตัวเองมาเจอเหตุการณ์ที่เหมือนในเพลง ก้อฉุกคิดได้ว่าแท้จริงเพลงที่เขียนมานั้นเป็นเหตุการณ์จริง แสดงว่าเมื่อเหตุการณ์ผ่านมา เวลาผ่านไป เราจะค้นพบอะไรบางอย่าง
 
ย้อนกลับไปเมื่อเรายังเล็ก เป็นเด็กเอาแต่ใจ เราอาจเคยรู้สึกว่าทำไมพ่อแม่ ถึงได้มาวุ่นวายอะไรกับชีวิตเราขนาดนี้ อยากใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่สนใจคนที่หวังดีต่อเรามากเท่าที่ควร บางครั้งสิ่งที่ทำอาจไปทำลายความหวังดีของท่านก้อมี แต่พอเวลาผ่านพ้อไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่พ่อและแม่สอนสั่งนั้นมีประโยชน์ ยังอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่พลาด แต่คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นหากใครยังพอมีเวลาเหลืออยู่ จงเริ่มแก้ไขเสียแต่วันนี้
 
กล่าวไปถึงการพัฒนาประเทศชาติก้อเช่นกัน เราเริ่มต้นจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติไปมากมาย หารู้ไม่ว่าเรากำลังทำลายบ้านของตัวเอง จนเวลาล่วงเลยมาหลายปี อย่างน้อยก้อทำให้เราได้ค้นพบว่า หากไม่หลงเหลือทรัพยากรเหล่านั้นไว้ พวกเราคงจะอยู่ไม่ได้ ตอนนี้จึงต้องมาหวงแหนสิ่งมีค่าที่เหลือเล็กน้อยเหล่านั้นเอาไว้ แต่ก้อยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ค้นพบ ยังคงเดินหน้าทำลายกันต่อไป
 
พวกเราใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่าคอนกรีต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่อาจไม่เคยไปสัมผัสชีวิตในชนบท ที่ยังคงล้อมรอบด้วยผืนป่าที่สมบูรณ์ หากได้ผ่านพ้นมา ก้ออาจจะค้นพบได้ว่า "เข้าเมืองอดตาย เข้าป่าไม่อดตาย" เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในเมือง ต้องอาศัยเงินเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ไม่มีเงินก้อไม่มีกิน ต่างกันกับชีวิตในป่าดงพงไพร แม้จะมีอันตรายต่างๆ อยู่ แต่เราก้อสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว เงินอาจไม่ได้มีความหมายอะไรก้อได้
 
เวลาผ่านมาจนถึงวันนี้เราอาจจะยังไม่ค้นพบอะไรมากเท่าไร แต่ยังมีเหตุการณ์ต่างๆ รอเราอยู่ข้างหน้าอีกมากมาย ถ้าเราไม่หยุดที่จะค้นหา เราก้อจะค้นพบอะไรดีๆ เช่นกัน หากตอนนี้เรายังไม่รู้ อย่าตื่นตระหนกว่าโง่เขลา เบาปัญญา เวลาจะพาเราไปเรียนรู้มัน เพราะ "การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด"
 
"จงมองย้อนกลับไป แล้วเรียนรู้กลับมา"
 
ปล.มาเยี่ยมเยียนกันแล้วเม้นไว้บ้างก้อดีนะ ^^"

1 ปีผ่านไป ได้อะไรจาก CP

หลังจากได้เข้าไปทำงานที่บมจ. กรุงเทพโปรดิ๊วส เครือเจริญโภคภัณฑ์ อันเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อใช้การผลิตอาหารสัตว์ของโรงงานทั้งหลายที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อยู่ในสายธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมซึ่งเป็นสายธุรกิจหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสิ่งต่างๆ ที่ได้พบได้เจอ ก้อคิดว่ามีทั้งสิ่งที่สร้างสรรค์และสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ปะปนกันไป ช่วยเปิดมุมมองของความคิดเกี่ยวกับชีวิตให้กว้างขึ้นอีกมาก
 
ในชีวิตการทำงาน เราคงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกัน ระหว่างหน้าที่การงาน รวมทั้งผลตอบแทนจากการทำงานของผู้อื่นกับเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักจะมองเปรียบเทียบกันก่อนนั้น เห็นจะเป็นเรื่องผลตอบแทน เงินได้ เงินเดือน ว่าใครมากกว่าใคร หากจะมีการมองเปรียบเทียบกันระหว่างตำแหน่งหน้าที่การงาน ก้อจะสนใจเพียงแค่ว่าใครมีจำนวนงานมากกว่าใคร แต่ไม่ได้สนใจว่าใครมีหน้าที่อย่างไร และใครมีความสำคัญแก่บริษัทอย่างไร
 
ยกตัวอย่างฝ่ายบัญชี ที่มีงานหลักส่วนใหญ่เป็นงานเอกสารจำนวนมาก วันหนึ่งๆ ต้องทำทั้งด้านรับและด้านขาย คนที่อยู่ฝ่ายบัญชีก้อจะมีความคิดมองว่าคนที่ไม่ได้ทำงานเอกสารจำนวนมากๆ อย่างตนเองนั้น มีหน้าที่การงานที่สุขสบายกว่า หรือฝ่ายอื่นๆ ที่ได้ทำงานอยู่แต่ในสำนักงานและโรงงาน ก้อจะมองว่า คนที่ได้ทำงานออกไปนอกสถานที่นั้น มีความน่าสนใจมากกว่า ไม่น่าเบื่อเหมือนสิ่งที่ตนเองกำลังปฏิบัติอยู่ทุกๆ วัน
 
จากตัวอย่างที่ยกมานั้น ยังคงเห็นได้ว่าคนเรามักสังเกตสิ่งอื่นๆ โดยผิวเผิน มองผู้อื่นผ่านจากตัวเราเป็นหลัก ทั้งๆ ที่ไม่ได้มาลงมือปฏิบัติงานอย่างเดียวกับผู้อื่นนั้น โดยไม่ได้มองว่า จริงๆ แล้วงานของผู้อื่นนั้นก้อมีลักษณะความยากลำบากที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละงานก้อล้วนมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัททั้งสิ้น ทำให้ขาดความภาคภูมิใจในงานของตัวเอง คอยแต่จะมองว่าคนอื่นสบายกว่า คนอื่นดีกว่า ทำไมเราไม่มีอย่างเขา เมื่อคิดได้อย่างนี้การทำงานเพื่อองค์กรก้อจะลดลงไป เหลือเพียงแค่ทำไปเพื่อตัวเอง
 
ดังนั้น ประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรจึงไม่เต็มที่ ไม่เต็มศักยภาพเท่าที่ควรจะทำได้ ทั้งๆ ที่การทำงานต่างๆ ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น ตั้งแต่ระดับแรงงานยกของทั่วไป จนถึงระดับผู้บริหารองค์กร แต่ละคนจึงควรให้เกียรติกันในหน้าที่ของกันและกัน ไม่ใช่ว่านำเวลาไปเสียกับการมองเปรียบเทียบกัน แล้วนำมานั่งคุยกันว่าใครงานสบาย ใครงานหนัก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนำมาเล่าให้ฟังนี้ คาดได้ว่าเกิดอยู่ในทุกๆ บริษัทหรือองค์กร เพียงแต่จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปเท่านั้นเอง
 
ส่วนสิ่งที่เหลือที่ได้มายังมีอีกมากมาย การได้ขับรถไปยังสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ที่ราบ ที่ชัน ยันที่สูง ทำให้พบเห็นคุณประโยขน์และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก้อเห็นความโหดร้ายของธรรมชาติไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้พบ ได้พูด ได้คุยกับผู้คนมากมาย ตั้งแต่เกษตรกรผู้เป็นพื้นฐานของประเทศ พ่อค้าท้องถิ่น พ่อค้ารายใหญ่ กลุ่มสหกรณ์ แล้วรวบรวมมุมมองความคิดเกี่ยวกับชีวิตที่หลากหลาย เพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อต้องการ เพราะสิ่งที่เราได้มาจะอยู่คู่กับเราตลอดไป
 

13 days left...

วันนี้ วันที่ 12 พฤษภาคม 2550
 
ทำงานที่บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มาได้ 1 ปี 10 วัน
 
อีก 13 วัน จะเป็นวันที่ 25 พฤษภาคม 2550
 
ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะทำงานที่เดิม
 
ต้องลาออกจากพนักงานสำรวจน้ำตาเกษตรกร
 
เป้าหมายแต่แรก หวังไว้ว่าจะทำงานอยู่ที่นี่หลายปี
 
แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
 
เพราะอะไรอย่างนั้นหรือ?
 
คงเป็นเพราะเราไม่เหมาะสมกับที่นี่กระมัง
 
ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่เหมาะสมกับเรา
 
แต่สิ่งที่รู้อย่างหนึ่งก้อคือ
 
การได้ทำงานที่นี่ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี น้อยคนนักจะได้สัมผัส
 
ทำให้เราได้บรรลุความตั้งใจบางอย่าง
 
ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส กับคนหลายระดับ
 
รวบรวม แลกเปลี่ยน ความคิด มุมมองที่หลากหลาย
 
ตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึงยอดพีระมิด
 
มาถึงวันนี้เราก้อเสียใจเล็กน้อยที่ต้องจากลาไป
 
แต่สิ่งที่ได้มานั้น จะอยู่คู่กับเราตลอดไป
 
 
사진(1/28)